วารีบำบัดคืออะไร

วารีบำบัด หรือธาราบำบัด (Hydrotherapy หรือ Aquatic therapy) หมายถึง ศาสตร์การรักษาที่ใช้คุณสมบัติต่างๆ ของน้ำเพื่อบำบัดอาการเจ็บป่วยของร่างกาย รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้มีสุขภาพดีอยู่แล้วแข็งแรงยิ่งขึ้น นักกายภาพบำบัดจะออกแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยใช้คุณสมบัติพิเศษของน้ำทำให้ผู้รับบริการเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายขึ้น ช่วยพยุงน้ำหนักตัวเพื่อลดแรงกระทำต่อข้อต่อ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นแรงต้านในการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง มีทั้งแบบที่ต้องลงไปทำการรักษาในน้ำทั้งร่างกาย หรือจุ่มเฉพาะส่วนที่ต้องการทำการรักษาลงไปในอ่างชนิดพิเศษที่ตั้งอุณหภูมิและทิศทางการไหลวนของน้ำได้ ในปัจจุบันวารีบำบัดได้ถูกประยุกต์ใช้ทั้งเพื่อการรักษาและการส่งเสริมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกายในน้ำสำหรับผู้สูงอายุ สำหรับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเด็กโรคสมองพิการ และผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมรุนแรงจนมีข้อจำกัดไม่สามารถออกกำลังกายบนบกได้ เป็นต้น จะเห็นได้ชัดว่าวารีบำบัดเป็นการออกกำลังกายแบบพิเศษที่ช่วยให้ผู้ที่ไม่สามารถออกกำลังกายบนบกได้กลับมาออกกำลังกายได้อีกครั้ง

  • แรงลอยตัว(Buoyancy) ขณะวัตถุลอยอยู่ในน้ำจะมีแรงต้านแรงโน้มถ่วงของโลก วัตถุที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำจะสามารถลอยน้ำได้ ร่างกายของคนเรามีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำเล็กน้อย ทำให้เมื่อลงไปแช่ในน้ำจะสามารถลอยปริ่มน้ำได้ คุณสมบัตินี้เอง ทำให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถลงน้ำหนักได้เต็มที่สามารถกลับมาออกกำลังกายได้อีกครั้ง เช่น ในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมากเมื่อยืนจะมีอาการปวดเข่า สะโพก หรือหลัง แต่เมื่อยืนในน้ำ ความปวดนั้นจะบรรเทาลง หรือผู้ป่วยสูงอายุที่มีข้อเข่าเสื่อม การออกกำลังกายในน้ำจะทำให้ข้อเข่ารับน้ำหนักของร่างกายน้อยลง สามารถออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายได้โดยที่ไม่เพิ่มการเสื่อมของข้อเข่า นอกจากนี้ในสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งการออกกำลังกายบนบกทำได้ยากเพราะต้องระวังไม่ให้มีการกระทบกระเทือน การออกกำลังกายในน้ำจะช่วยลดปัญหาส่วนนี้ได้ เป็นต้น นอกจากนี้นักกายภาพบำบัดยังมีอุปกรณ์หลากหลายที่ช่วยใช้ผู้ป่วยสามารถลอยตัวได้มากขึ้น เพื่อลดแรงกระทำที่ส่งเสริมให้เกิดอาการปวด หรือช่วยให้ผู้ป่วยที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากๆ สามารถออกกำลังกายได้อีกครั้ง
  • แรงต้านของน้ำ (Resistance) นักกายภาพบำบัดใช้ประโยชน์จากความหนืดของน้ำ โดยนำมาใช้เป็นแรงต้านในการออกกำลังกายหรือช่วยเพิ่มความสามารถในการออกกำลังกาย ในผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น การใช้อุปกรณ์ช่วยลอยตัวและให้ว่ายตามกระแสน้ำ พร้อมกับใช้มือของนักกายภาพบำบัดกำกับทิศทางการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง การทำเช่นนี้ทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น เป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผู้ที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรง นักกายภาพบำบัดอาจจะขอให้ออกกำลังกายในทิศทวนการไหลของน้ำ ก็จะทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบากขึ้น จึงเพิ่มความแข็งแรงได้
  • แรงดัน (Hydrostatic pressure) ที่ผิวน้ำจะมีแรงดันเท่ากับแรงดันของบรรยากาศปกติ แต่ใต้ผิวน้ำจะมีแรงดันมากกว่าบรรยากาศ และแรงดันนี้ยังเพิ่มขึ้นตามระดับความลึกอีกด้วย การออกกำลังกายที่ระดับความลึกต่างๆ ของน้ำ จึงมีผลลดแรงกระทำต่อข้อต่อได้มากน้อยต่างกัน นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีอาการบวมของอวัยวะต่างๆ แรงดันที่มีอยู่ทุกทิศทางของน้ำยังช่วยบีบให้ของเหลวภายนอกเซลล์นั้นกลับสู่ระบบไหลเวียนเลือด ส่งผลให้อาการบวมลดลง มีรายงานหลายฉบับยืนยันว่ามีผลใกล้เคียงกับการพันผ้ายืด (Bandage) เพื่อลดบวม
  • การนำความร้อน (Heat conduction) น้ำมีคุณสมบัตินำความร้อนได้ดี เมื่อออกกำลังกายในน้ำจึงไม่ค่อยรู้สึกร้อน เพราะน้ำช่วยระบายความร้อนและทำให้เหงื่อระเหยได้เร็วยิ่งขึ้น ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายในสระที่มีระบบน้ำวนยังช่วยให้การถ่ายเทความร้อนจากร่างกายเป็นไปได้ได้ดียิ่งขึ้นด้วย บางสถานพยาบาลเลือกใช้อ่างน้ำให้จุ่มร่างกายลงไปเฉพาะส่วน หรือลงไปทั้งตัว และปรับอุณหภูมิของน้ำให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยด้วย เช่น ในผู้ป่วยที่มีข้อต่อติดแข็ง นักกายภาพบำบัดอาจจะเลือกใช้อุณหภูมิใกล้เคียงกับการประคบร้อน เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว โครงสร้างรอบๆ ข้อต่ออ่อนนุ่มลง ง่ายต่อการรักษา และผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดจากการรักษาลดลง

ที่มา : https://www.honestdocs.co/hydrotherapy